หนุ่มซีเรียร้องDSIหวั่นภัยมืด หลังถูกมาเฟียต่างชาติรีดไถเงิน

หนุ่มซีเรีย ร้องดีเอสไอขอคุ้มครองพยาน หวั่นภัยมืดคุกคาม หลังถูกมาเฟียต่างชาติรีดไถเงิน พร้อมรับเป็นคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)  นายอัลฮลาบิ โมฮัมหมัด ยาสเซอร์ อายุ 47 ปี ชาวซีเรีย พร้อมนายปัณชพัฒน์ เลิศธีรเรืองกุล ล่ามแปลภาษา เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ โดยทางพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ มารับเอกสารแทน

นายปัณชพัฒน์ กล่าวว่า ที่มาร้องดีเอสไอ เนื่องจากทราบว่านายก๊อดซาน หรือจาร์สิน วาคีย์ ชาวซีเรีย 1 ใน 3 ผู้ต้องหาที่เป็นอาสาตำรวจ สน.ลุมพินี ก่อเหตุอุ้มไถเงิน และชี้เป้าให้ตำรวจจับ นายอัลฮลาบิ โมฮัมหมัด วาเอล อายุ 23 ปี ลูกชายของนายอัลฮลาบิ โมฮัมหมัด ยาสเซอร์ ถูกดีเอสไอจับกุมในข้อหาค้ามนุษย์ หลอกสาวโมร็อคโคมาค้ากาม เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา และได้ประกันตัวระหว่างฝากขังที่ศาลอาญา ก่อนมาก่อเหตุล่าสุด โดยตำรวจ สน.ลุมพินี ดำเนินออกหมายจับผู้ต้องหาแค่ข้อหาฉ้อโกงเท่านั้น จึงมาร้องดีเอสไอให้รับเป็นคดีพิเศษ ดำเนินคดีเอาผิดกับผู้ต้องหาทั้ง 3 รายในข้อหา อั้งยี่ซ่องโจร และกรรโชกทรัพย์ด้วย นอกจากนี้ ขอให้นำผู้เสียหายเข้าระบบคุ้มครองพยานของดีเอสไอ เนื่องจากทางผู้เสียหายหวาดกลัวภัยมืดจากกลุ่มดังกล่าว เพราะกลุ่มดังกล่าวเป็นมาเฟียต่างชาติที่หากินในประเทศไทย ด้านพ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า เบื้องต้นรับเอกสารร้องเรียนมาก่อน หลังจากนี้จะนำเสนอ พ.ต.อ.ไพสิฐ  เพื่อนำเข้าคณะกรรมการเพื่อพิจารณา ว่า เข้าหลักเกณฑ์ และกฎหมายของดีเอสไอหรือไม่ ส่วนเรื่องขอคุ้มครองพยานนั้น จะต้องให้รับเป็นคดีพิเศษก่อนจึงจะขอให้คุ้มครองพยานตามขั้นตอนต่อไป. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews